ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ 17/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติการอนุญาตให้คู่สมรสชาวต่างชาติและบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย
ของคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ 17/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติการอนุญาตให้คู่สมรสชาวต่างชาติและบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย
ของคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย

27 มิ.ย. 2563

1,559 view

การอนุญาตให้คู่สมรสชาวต่างชาติและบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยของคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย

(For English Version Please Click HERE)

----------------------------------------------

ตามประกาศของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี เรื่องที่ 17/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติการอนุญาตให้คู่สมรสชาวต่างชาติและบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย
ของคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย (ตามภาพแนบด้านล่าง) ขอเรียนว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ จะพิจารณารับคำร้องขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทยของคู่สมรสชาวต่างชาติและบุตรซึ่งไม่ได้ถือสัญชาติไทยของคนไทยเป็นรายกรณี โดยคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็นเพื่อเสนอกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาอนุญาตการเดินทางเข้าประเทศไทยต่อไป

2. เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ดังนี้

2.1 กรณีคู่สมรสชาวต่างชาติ

       2.1.1 สำเนาหนังสือเดินทางของคู่สมรสชาวต่างชาติ

2.1.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของคู่สมรสชาวไทย

2.1.3 ใบสำคัญการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือหลักฐานอื่นใดที่ยืนยันสถานะดังกล่าว

2.1.4 หนังสืออธิบายเหตุผลความจำเป็นในการเดินทางเข้าประเทศไทย

        2.1.5 สำเนาการตรวจลงตราของไทยที่ยังมีอายุ (หากมี)

        2.1.6 กรมธรรม์ประกันสุขภาพของคู่สมรสชาวต่างชาติในวงเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโรค COVID-19

        2.1.7 ใบรับรองแพทย์ระบุว่าไม่ปรากฏโรคติดเชื้อ COVID-19 (COVID-19-free Health Certificate) ซึ่งได้รับการตรวจรับรองหรือออกให้มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

        2.1.8 ใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly/ Fit to Travel Health Certificate) ซึ่งได้รับการตรวจรับรองหรือออกให้มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

       2.1.9 หลักฐานการสำรองบัตรโดยสารเที่ยวบิน

       2.1.10 หลักฐานการสำรองที่กักตัวในพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง (รายชื่อโรงแรมที่ได้รับอนุญาต http://hsscovid.com)

       2.1.11 เอกสาร Declaration Form ที่ลงนามแล้ว (เอกสารแนบ)

2.2 กรณีบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย

2.2.1 สำเนาหนังสือเดินทางของบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย

2.2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของบิดาหรือมารดาไทย

         2.2.3 สูติบัตรหรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงความสัมพันธ์กับบิดาหรือมารดาไทย

         2.2.4 หนังสืออธิบายเหตุผลความจำเป็นในการเดินทางเข้าประเทศไทย

         2.2.5 สำเนาการตรวจลงตราของไทยที่ยังมีอายุ (หากมี)

         2.2.6 กรมธรรม์ประกันสุขภาพของบุตรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยในวงเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโรค COVID-19

         2.2.7 ใบรับรองแพทย์ระบุว่าไม่ปรากฏโรคติดเชื้อ COVID-19 (COVID-19-free Health Certificate) ซึ่งได้รับการตรวจรับรองหรือออกให้มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

         2.2.8 ใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly/ Fit to Travel Health Certificate) ซึ่งได้รับการตรวจรับรองหรือออกให้มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

         2.2.9 หลักฐานการสำรองบัตรโดยสารเที่ยวบิน

         2.2.10 หลักฐานการสำรองที่กักตัวในพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ผู้เดินทางจะต้องกักตัวที่ ASQ เป็นเวลา 14 วัน เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (รายชื่อโรงแรมที่ได้รับอนุญาต http://hsscovid.com)

         2.2.11 เอกสาร Declaration Form ที่ลงนามแล้ว (download เอกสารแนบ)

3. การยืนคำร้องขออนุญาตเดินเทางเข้าประเทศไทย

3.1 ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รัฐมหาราษฏระ รัฐคุชตรา รัฐมัธยประเทศ รัฐกัว สามารถยื่นคำร้องกับสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ โดยต้องยื่นคำร้อง online (click เพื่อยื่นคำร้อง online) ก่อนวันที่คาดว่าจะเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ

3.2 สถานกงสุลใหญ่ฯ จะแจ้งให้ผู้ร้องทราบเมื่อได้รับการพิจารณาอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย และออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry – COE) และนัดหมายการตรวจลงตรา (หากจำเป็น) ต่อไป

3.3 ผู้ร้องจะต้องนำใบรับรองแพทย์ COVID-19-free Health Certificate และ Fit to Fly/ Fit to Travel Health Certificate มีอายุเกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง มาแสดงต่อสถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อขอรับ COE

หมายเหตุ:

1. ทางการไทยและอินเดียยังคงไม่อนุญาตให้สายการบินทำการบินระหว่างประเทศจนถึงวันที่ 30 มิ.. 63 โดยสถานการณ์การบินระหว่างประเทศยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ร้องจึงควรตรวจสอบข้อมูลของกรมการบินพลเรือนไทย และกระทรวงการบินพลเรือนอินเดีย เพื่อวางแผนการเดินทางก่อนยื่นคำร้อง

2. ผุ้ร้องต้องดำเนินการจองบัตรโดยสารเครื่องบินเอง โดยตรวจสอบกับสายการบินโดยตรง โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่มีข้อมูลและไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินได้

3. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับคู่สมรสหรือบุตรต่างชาติ สามารถติดต่อสอบถามที่ thaiconsularmumbai@gmail.com โดยขอให้ระบุ ชื่อ-สกุล เลขที่หนังสือเดินทาง และวันที่ยื่นคำร้องให้ชัดเจน ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะไม่สามารถตอบคำถามทางโทรศัพท์ได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารการยื่นคำร้อง

 

เอกสารประกอบ

news-20200627-181137-196829.pdf